2006/May/06

ในที่สุดก็ได้ผ่านพ้นการตรวจเลือด

เมื่อผ่านมาได้ก็เริ่มทำงาน

การทำงานมันไม่เหมือนการเรียนจริง ๆ

เคยได้ยินคนพูดว่า การเรียนเป็นอะไรที่ง่ายและสบายที่สุดแล้ว ตอนนั้นก็เชื่อนะ แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย

แต่เมื่อมาเจอกับตัวถึงได้รู้ซึ้ง โดยเฉพาะถ้าได้งานที่ตัวเองอ่อนที่สุด

รู้สึกอะไร คล้าย ๆ กับคำว่าเกลียดอย่างไหนได้อย่างนั้น

เรามันพวกเกลียดภาษาอังกฤษที่สุด และอ่อนที่สุด แต่ดันได้งานที่ต้องอ่านภาษาอังกฤษทั้งวัน

จะบ้าตาย

นอกจากจะต้องใช้ความพยายามในการทำงานแล้ว ยังต้องใช้คนอดทนในการอ่านภาษาอังกฤษอีกอ่ะ

เจอไปวันแรกแทบอยากร้องไห้

มีความรู้สึกเหมือนวันแรกที่ไปโรงเรียนตอนอนุบาลเลย.. คือ ไม่อยากไปโรงเรียน (ไม่อยากไปทำงาน)

ประมาณนั้น

แต่ก็ต้องอดทนแหละนะ แม่เราบอกว่าถ้าย้ายงาน งานที่ไปเจออาจจะแย่กว่านี้ก็ได้

แล้วก็เป็นการฝึกภาษาอังกฤษของตัวเองไปด้วย เพราะยังไง ๆ ถ้าเรียนต่อป.โทก็ต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษอยู่ดี

พอคิดแบบนี้มันก็สบายใจขึ้นมานิดนึงนะ (แต่ก็สบายใจได้แป๊บเดียว..แล้วก็กลับมากลุ้มอีกอยู่ดีอ่ะ)

การเรียนเนี่ย สบายสุดจริง ๆ ด้วยแฮะ

แต่พอได้มาทำงานก็รู้สึกว่า ต้องเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ต้องพึ่งตนเอง จะมาแบมือขอเงินพ่อแม่อีกหนะ ไม่ได้แล้วนะ

ต้องรู้จักมองถึงอนาคต อะไรแบบนี้

ดูเครียด ๆ เนอะ

แต่ที่เสียดายคือ ที่ทำงานมันไม่สามารถเล่นเน็ตได้อ่ะ มันมีแต่ intranet ไม่ใช่ internet อะ เซ็งเลย

ตอนนี้ที่ทำได้คือ

อดทน อดทน อดทน

สู้ตายล่ะ!!!!!

2006/Mar/28

วันนี้โทร.ไปเช็คกับฝ่ายบุคคลเรื่องผลตรวจสุขภาพ

คือ..ถ้าตรวจสุขภาพไม่ผ่านก็จะไม่ได้ทำงาน

แล้วปรากฎว่าเลือดมีปัญหา.. แต่พี่ฝ่ายบุคคลเค้าว่าต้องให้หมอตรวจหาสาเหตุอีกที คงไม่เป็นปัญหาใหญ่ หรือถ้ายังมีปัญหาก็ไปเจาะเลือดใหม่

จากที่ดีใจว่าได้งานแล้ว กลับต้องมามีเรื่องกังวลอีกครั้ง

ทั้งกังวลเรื่องงาน และเรื่องสุขภาพตัวเองด้วย เพราะถึงยังไงถ้าหากมีปัญหาสุขภาพไม่ว่างานไหนก็คงไม่ผ่านเหมือนกันอยู่ดี

แต่พี่เค้าก็บอกว่าไม่ได้เป็นโรค เพียงแต่การเกาะตัวของกลุ่มเลือดมันแปลก ๆ.. แล้วมันจะมีผลยังไงบ้างนะเนี่ย-_-"

ชักเป็นกังวลแฮะ---------เฮ้อ----------